รากฟันเทียมคืออะไร ทำเจ็บไหม ใครเหมาะกับการทำ ขั้นตอน 3 ระยะเป็นอย่างไร เปรียบเทียบกับสะพานฟันและฟันปลอม อ่านครบจบที่นี่
รากฟันเทียม คืออะไร?
รากฟันเทียม (Dental Implant) คือรากฟันจำลองที่ทำจากไทเทเนียม ฝังเข้าไปในกระดูกขากรรไกรเพื่อทดแทนรากฟันธรรมชาติที่สูญเสียไป หลังจากรากเทียมยึดติดกับกระดูกแล้ว ทันตแพทย์จะใส่ตัวเชื่อม (Abutment) และ ครอบฟัน ด้านบน ผลลัพธ์ที่ได้คือฟันใหม่ที่ทั้งสวยและใช้งานได้เหมือนฟันจริง
วัสดุไทเทเนียมมีคุณสมบัติพิเศษคือสามารถเข้ากันได้ดีกับร่างกาย กระดูกจะเติบโตยึดเกาะรอบรากเทียม (Osseointegration) ทำให้แข็งแรงและมั่นคงเหมือนรากฟันจริง
ขั้นตอนการฝังรากฟันเทียม 3 ระยะ
ระยะที่ 1: การเตรียมตัวและฝังรากเทียม
เริ่มจากการตรวจสภาพฟัน เหงือก และกระดูกอย่างละเอียด ถ่ายภาพเอกซเรย์ 3 มิติ (CBCT) เพื่อวางแผนตำแหน่งการฝัง ในบางกรณีอาจต้องทำ การปลูกกระดูก ก่อน หากกระดูกไม่เพียงพอ
วันผ่าตัด ทันตแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ เปิดเหงือก เจาะรูในกระดูก แล้วใส่รากเทียมเข้าไป จากนั้นเย็บปิดเหงือก ใช้เวลาประมาณ 30-60 นาทีต่อ 1 ซี่
ระยะที่ 2: รอกระดูกยึด (Osseointegration)
หลังจากฝังรากเทียมแล้ว ต้องรอให้กระดูกเติบโตยึดเกาะรอบรากเทียมประมาณ 3-6 เดือน ช่วงนี้คุณจะใส่ฟันชั่วคราวเพื่อใช้งานได้ตามปกติ
ระยะที่ 3: ใส่ตัวเชื่อมและครอบฟัน
เมื่อกระดูกยึดรากเทียมแน่นดีแล้ว ทันตแพทย์จะเปิดเหงือก ใส่ตัวเชื่อม รอเหงือกหายประมาณ 2-4 สัปดาห์ แล้วพิมพ์ปากเพื่อทำครอบฟันถาวร จากนั้นยึดครอบฟันบนตัวเชื่อม เป็นอันเสร็จสมบูรณ์
ทำรากฟันเทียม เจ็บไหม?
คำถามที่พบบ่อยที่สุด คำตอบคือ ระหว่างทำไม่เจ็บเพราะฉีดยาชาเฉพาะที่ หลังทำเสร็จเมื่อยาชาหมดฤทธิ์อาจมีอาการปวดบวมบ้าง ซึ่งจัดการได้ด้วยยาแก้ปวดทั่วไป
ความเจ็บปวดหลังผ่าตัดจะอยู่ในระดับที่ทนได้ง่าย คนส่วนใหญ่เปรียบเทียบว่าเจ็บพอ ๆ กับถอนฟัน อาการปวดบวมจะดีขึ้นภายใน 3-5 วัน และหายเกือบหมดภายใน 1-2 สัปดาห์
สำหรับผู้ที่กังวลมาก ทันตแพทย์สามารถพิจารณาการใช้ยาคลายกังวลหรือการดมยาสลบได้ตามความเหมาะสม
ใครที่ควรพิจารณาทำรากฟันเทียม?
รากฟันเทียมเหมาะกับผู้ที่
- สูญเสียฟันไป 1 ซี่หรือมากกว่า
- ต้องการทดแทนฟันที่ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ
- ไม่ต้องการกรอฟันข้างเคียง (ซึ่งเป็นข้อเสียของสะพานฟัน)
- มีสุขภาพทั่วไปดี ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอุปสรรค
- มีกระดูกขากรรไกรเพียงพอ หรือพร้อมทำการปลูกกระดูกเสริม
- ไม่สูบบุหรี่ หรือเต็มใจหยุดสูบระหว่างการรักษา
ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลได้ดีสามารถทำรากเทียมได้ แต่ต้องแจ้งทันตแพทย์เพื่อวางแผนดูแลเป็นพิเศษ
รากเทียม vs สะพานฟัน vs ฟันปลอม ต่างกันอย่างไร?
เมื่อเสียฟันไป มี 3 ทางเลือกหลักในการทดแทน แต่ละทางมีข้อดีข้อเสียต่างกัน
รากฟันเทียม
อายุการใช้งานมากกว่า 20 ปี ไม่ต้องกรอฟันข้างเคียง ป้องกันกระดูกละลาย เคี้ยวอาหารได้เต็มที่ แต่ราคาสูงที่สุดและใช้เวลานาน
สะพานฟัน (Bridge)
สะพานฟัน อายุการใช้งาน 7-15 ปี ทำเสร็จเร็วกว่า ราคาปานกลาง แต่ต้องกรอฟันข้างเคียง 2 ซี่ และไม่ป้องกันกระดูกละลาย
ฟันปลอมถอดได้
ฟันปลอมถอดได้ ราคาถูกที่สุด ทำเสร็จเร็ว ไม่ต้องผ่าตัด แต่สวมใส่ไม่สบายเท่า แรงเคี้ยวน้อยกว่า และต้องถอดล้างทำความสะอาด
การเลือกวิธีไหนขึ้นอยู่กับสภาพฟัน กระดูก สุขภาพ และงบประมาณของแต่ละคน ทันตแพทย์จะช่วยวิเคราะห์และแนะนำตัวเลือกที่เหมาะสม
การดูแลหลังฝังรากฟันเทียม
- ประคบเย็นบริเวณแก้มด้านที่ผ่าตัดใน 24-48 ชั่วโมงแรกเพื่อลดบวม
- กินอาหารอ่อนนิ่ม 1-2 สัปดาห์แรก หลีกเลี่ยงอาหารร้อนจัดและของแข็ง
- ไม่บ้วนปากแรง ไม่ดูดหลอด ไม่สูบบุหรี่ใน 48 ชั่วโมงแรก
- ทานยาตามที่ทันตแพทย์สั่งครบทุกมื้อ
- แปรงฟันเบา ๆ โดยหลีกเลี่ยงบริเวณแผลผ่าตัด
- มาพบทันตแพทย์ตามนัดเพื่อตรวจติดตามผล
หลังจากใส่ครอบฟันถาวรแล้ว ดูแลเหมือนฟันจริง แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟัน และ ตรวจสุขภาพฟัน ทุก 6 เดือน
ปรึกษาเรื่องรากฟันเทียมที่คลินิกทันตกรรมเบามือ
หากคุณสนใจทำ รากฟันเทียม ที่คลินิกทันตกรรมเบามือ ทันตแพทย์จะตรวจสภาพฟันและกระดูกอย่างละเอียด วางแผนการรักษาที่เหมาะสม และดูแลคุณตลอดทุกขั้นตอน
ติดต่อนัดหมายได้ที่ โทร 065-291-6466 หรือแอดไลน์ Line @baomuedentalclinic หรือนัดหมายผ่าน หน้านัดหมายออนไลน์
