ปลูกกระดูกขากรรไกรคืออะไร ทำไมต้องทำก่อนฝังรากเทียม กระดูกละลายเกิดจากอะไร มีวัสดุปลูกกระดูกกี่ชนิด ขั้นตอนและระยะฟื้นตัวเป็นอย่างไร
ปลูกกระดูก (Bone Grafting) คืออะไร?
การปลูกกระดูก (Bone Grafting) คือการเสริมกระดูกขากรรไกรบริเวณที่กระดูกมีปริมาณไม่เพียงพอ โดยการใส่วัสดุปลูกกระดูกลงไปในบริเวณที่ต้องการ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างกระดูกใหม่ขึ้นมา
การปลูกกระดูกเป็นหัตถการที่ทำกันทั่วไปในทันตกรรม โดยเฉพาะเมื่อต้องเตรียมกระดูกสำหรับ การฝังรากฟันเทียม หากกระดูกไม่หนาหรือไม่สูงพอที่จะรองรับรากเทียมได้อย่างมั่นคง การปลูกกระดูกก่อนจึงเป็นสิ่งจำเป็น
ทำไมกระดูกขากรรไกรถึงละลายได้?
กระดูกขากรรไกรต้องการแรงกระตุ้นจากรากฟันเพื่อคงรูปร่างและความหนาแน่น เมื่อสูญเสียฟันไป กระดูกบริเวณนั้นจะค่อย ๆ ละลายตัวลงเพราะไม่มีแรงกระตุ้นอีกต่อไป ปัจจัยที่ทำให้กระดูกละลาย ได้แก่
- การสูญเสียฟัน: สาเหตุหลัก ยิ่งปล่อยไว้นานกระดูกยิ่งละลายมาก ภายใน 1 ปีแรกหลังถอนฟัน กระดูกสามารถละลายได้ถึง 25% ของปริมาตรเดิม
- โรคปริทันต์: การอักเสบเรื้อรังทำลายกระดูกรอบรากฟัน
- การใส่ฟันปลอมนาน ๆ: แรงกดจากฟันปลอมถอดได้ทำให้กระดูกสันเหงือกละลายเร็วขึ้น
- การบาดเจ็บ: อุบัติเหตุที่ทำให้กระดูกขากรรไกรเสียหาย
- การติดเชื้อ: เช่น ฝีที่รากฟันที่ทำลายกระดูกโดยรอบ
วัสดุปลูกกระดูกมีกี่ประเภท?
1. กระดูกจากตัวเอง (Autograft)
เก็บกระดูกจากบริเวณอื่นในช่องปากของผู้ป่วย เช่น คาง หรือสันกระดูกด้านหลัง เป็นวัสดุที่ดีที่สุดเพราะมีเซลล์กระดูกที่มีชีวิตอยู่ แต่ต้องผ่าตัดเก็บกระดูก 2 ตำแหน่ง
2. กระดูกจากผู้บริจาค (Allograft)
กระดูกมนุษย์ที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อและเตรียมเพื่อใช้ในการปลูกกระดูก เป็นตัวเลือกที่ใช้กันมากเพราะไม่ต้องผ่าตัดเก็บกระดูกจากตัวเอง
3. กระดูกจากสัตว์ (Xenograft)
มักเป็นกระดูกวัวที่ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์จนเหลือเฉพาะโครงสร้างแร่ธาตุ ทำหน้าที่เป็น "โครง" ให้กระดูกใหม่เติบโตแทรกเข้าไป
4. วัสดุสังเคราะห์ (Alloplast)
วัสดุที่ผลิตขึ้นในห้องปฏิบัติการ เช่น Hydroxyapatite, Tricalcium Phosphate ข้อดีคือไม่มีความเสี่ยงจากเนื้อเยื่อของผู้อื่น
ทันตแพทย์จะเลือกวัสดุที่เหมาะสมที่สุดโดยพิจารณาจากขนาดของกระดูกที่ต้องเสริม ตำแหน่ง และสุขภาพของผู้ป่วย
ขั้นตอนการปลูกกระดูก
ก่อนทำ
ทันตแพทย์จะตรวจสภาพกระดูกด้วยเอกซเรย์ 3 มิติ (CBCT) เพื่อวัดปริมาณกระดูกที่เหลืออยู่และวางแผนว่าต้องเสริมเท่าไหร่ ตรงไหน
วันผ่าตัด
ฉีดยาชาเฉพาะที่ เปิดเหงือก ทำความสะอาดบริเวณที่จะปลูกกระดูก ใส่วัสดุปลูกกระดูกลงไป ปิดด้วยแผ่นเมมเบรน (Membrane) เพื่อป้องกันเนื้อเยื่ออ่อนเข้ามาแทรกก่อนที่กระดูกจะเติบโต แล้วเย็บปิดเหงือก
ใช้เวลาประมาณ 30-90 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดของบริเวณที่ต้องเสริม
หลังทำ
ทานยาตามที่สั่ง ประคบเย็น กินอาหารอ่อน หลีกเลี่ยงการเคี้ยวบริเวณแผล ห้ามสูบบุหรี่ เมื่อยาชาหมดฤทธิ์อาจปวดบวมบ้าง 3-5 วัน จัดการได้ด้วยยาแก้ปวด
ระยะเวลาฟื้นตัวและเตรียมฝังรากเทียม
นี่คือส่วนที่ต้องอดทนรอ กระดูกใหม่ต้องใช้เวลาในการเติบโตและแข็งตัว
- การปลูกกระดูกขนาดเล็ก: รอประมาณ 3-4 เดือน
- การปลูกกระดูกขนาดกลาง: รอประมาณ 4-6 เดือน
- การปลูกกระดูกขนาดใหญ่ หรือยกพื้นไซนัส: รอประมาณ 6-9 เดือน
ทันตแพทย์จะถ่ายเอกซเรย์ตรวจติดตามเป็นระยะ เมื่อกระดูกแข็งตัวเพียงพอแล้วจึงเริ่มขั้นตอนการฝังรากเทียม
ในบางกรณีที่กระดูกที่เหลืออยู่ยังพอรองรับรากเทียมได้ ทันตแพทย์อาจทำการปลูกกระดูกและฝังรากเทียมพร้อมกันในวันเดียว ช่วยลดจำนวนการผ่าตัดและระยะเวลาโดยรวม
ความสัมพันธ์ระหว่างการปลูกกระดูกกับรากฟันเทียม
การปลูกกระดูกไม่ใช่หัตถการที่ทุกคนต้องทำก่อนฝังรากเทียม ผู้ที่กระดูกยังเพียงพอสามารถฝังรากเทียมได้เลยโดยไม่ต้องปลูกกระดูก แต่สำหรับผู้ที่กระดูกไม่พอ การ ปลูกกระดูก เป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ เพราะถ้าฝังรากเทียมในกระดูกที่ไม่เพียงพอ รากเทียมจะไม่มั่นคง มีความเสี่ยงล้มเหลวสูง
ดังนั้น ยิ่งมาพบทันตแพทย์เร็วหลังจากสูญเสียฟัน กระดูกยิ่งเหลือมาก โอกาสที่จะไม่ต้องปลูกกระดูกก็ยิ่งสูง และค่าใช้จ่ายรวมก็จะน้อยลง
นัดปรึกษาเรื่องปลูกกระดูกที่คลินิกทันตกรรมเบามือ
หากคุณกำลังวางแผนทำ รากฟันเทียม และอยากรู้ว่ากระดูกของคุณเพียงพอหรือไม่ หรือต้องทำ การปลูกกระดูก ก่อน สามารถนัดปรึกษาทันตแพทย์ที่คลินิกทันตกรรมเบามือ เราจะตรวจด้วยเอกซเรย์ 3 มิติและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณ
ติดต่อนัดหมายได้ที่ โทร 065-291-6466 หรือแอดไลน์ Line @baomuedentalclinic หรือนัดหมายผ่าน หน้านัดหมายออนไลน์
